2010/Jun/19

ความจริงก็เกือบจะชินแล้วเหมือนกันกับปัญหาบนรถเมย์

ไม่ว่าจะเป็นรถเมย์ขับไปชนท้ายเก๋ง (เรานั่งหน้าสุดข้างคนขับ เห็นจะ ๆ)

หรือจะการแสดงรถเมย์วิบาก แซงขวา ปาดหน้า หรืออะไรก็ตามก็ผ่านมาแล้ว

แต่งวดนี้มันช่างระทึกกว่าครั้งไหน ๆ แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาก็ตาม

เหตุการณ์นั้นคือ แท่น แทน แท๊นนนน

นักเรียนช่างตีกันนั่นเอง

 

เพิ่งเกิดเรื่องเมื่อวันที่สิบแปดที่ผ่านมานี่เอง

ปกติเราเป็นพวกชอบนั่งรถเมย์ข้างหลัง (จุดเสี่ยง)

แต่วันนั้นเกิดครึ้มอกครึ้มใจอยากนั่งข้างหน้าแหะ

เลยไปนั่งจุดยุทธศาสตร์หลังคนขับที่ปลอดภัยที่สุด

 

แล่นไปได้สักพักรถเมย์ก็จอดรับผู้โดยสารที่แยกเกียกกาย ตรงโรงเรียนโยธินค่ะ

ก็มีผู้โดยสารขึ้นมาจนแน่นขนัด ซึ่งแน่นอนนว่าป้ายนั้น

ผู้โดยสารร้อยละเก้าสิบ เป็นนักเรียนช่างค่ะ

 

เริ่มมีลางสังหรณ์พิกล ๆ ก็ตอนนี้แล

 

ตอนนั้นรถมันติดอ่ะ รถก็ค่อย ๆ เขยื้อนทีละนิด ทีละนิด เหมือนหอยทากคลาน

สักพักก็แว่วเสียงหนึ่งมาเข้าโสตประสาท 

"เพล้ง"

... เอาล่ะ กระจกหน้าต่างรถแตกไปแล้วแน่นอนหนึ่งบาน

ตามด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายลั่นของนักเรียนช่างผู้เสียหายคนหนึ่ง

มีซาวน์ประกอบเป็นเสียงเชียร์บ้าง เสียงห้ามบ้าง เคล้ากันไป

 

เฮ้ย จอด ๆ มันทำกู กูจะลงไปฆ่ามัน

ว้ายคนขับมัวทำอะไรอยู่ รีบ ๆ ออกรถสิ

เดี๋ยวค่ะ ๆ ขอพวกหนูลงก่อน

ว้าย ๆ อย่าเพิ่งไป ลากคนแล้ว ๆ

กรี๊ด  ไปเร็วเข้า เร็ว ๆ ๆ ๆ

พี่ครับไปเลย ๆ

 

คนขับลังเลไม่รู้ว่าจะไปหรือไม่ไปดี ระหว่างที่รถเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ

สลับเร็วบ้างหยุดกะทันหันบ้าง ออกตัวอย่างเร็วบ้าง

ก็ได้ยินเสียงอัดกันอยู่ข้างหลังตลอดเวลา

จนกระทั่งไฟเขียว รถเคลื่อนที่ออกไปด้วยความเร็วที่พอดี ๆ

คารวะลุงคนขับ คุมสติยอดเยี่ยมมากเจ้าค่ะ

ไม่ได้ประชดนะ ดีแล้วจริงๆ

 

ระหว่างนั้นก็มีเสียง ...แม่งเอ๊ย บลา ๆ ๆ ๆ (เสียงบ่นก่นด่า สบถ สาปแช่งประมาณนั้น) ดังไปทั้งรถ

เด็กช่างบางคนเดินวนไปเวียนมาอยู่บนรถพร้อม "มีดพร้า" ในมือ

อุกรี๊ดดดด กลัวเจ้าค่ะ

เวรเอ๊ย จอดเด้ จอดดดดดดดด (ยังไม่เลิก นึกว่าลงไปตั้งนานแล้ว)

สัดเอ้ย มึงมีแค่มีด จะไปสู้อะไรมันได้...

ปืน อีกฝ่ายมีปื๊นนนนน

พระเจ้า ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มันไม่เปรี้ยงปร้างขึ้นมา

ออกมาได้สักพักอีกฝ่ายยังคงไล่ตามอยู่ วิ่งตามบ้าง

ขับมอเตอร์ไซด์ดักหน้าดักหลังบ้าง

อุกรี๊ดดดดดด กลัว ๆ ๆ ๆ

 

รถแทบไม่จอดป้ายไหนเลยจนกระทั่งมาถึงหน้าวัดสร้อยทอง

ถึงตอนนี้ ไม่เห็นว่ามีใครตามมาอีกแล้ว

สถานการณ์บนรถสงบลงบ้าง จนเราเกือบจะผ่อนคลาย

แต่พอหันกลับไปมองก็ต้องเกร็งอีกครั้ง

"เฮ้ยยยยย มันหมอบกันทำไมฟระ"

หันกลับไปขดตัวหลบบ้างหมอบบ้างกันทั้งรถเลย

หัวใจเต้นโครมคราม ยกสุภาษิตฝรั่งมาเปรียบเทียบ

ที่ว่า "กระเพาะกระโดดออกมาทางปาก"

ความรู้สึกนั้นมัน ใช่เลยอ่ะ

คิดไปว่า ฝ่ายโน้นจะยิงปืนเข้ามาในรถหรือเปล่าเนี่ยยย

ตัวสั่นค่ะตอนนั้น กลัวจนตัวสั่นนี่ครั้งแรกเลย

 

แล้วปรากฏว่าเป็น...

อาจารย์ของโรงเรียนช่างขี่มอเตอร์ไซด์ตามหลังมาเลยหมอบหลบกัน

เฮ้ออออ โล่ง แค่เนี้ยเอง

 

ชุลมุนกันอีกครั้ง ทุกคนที่มีอาวุธก็พยายามซ่อน

แล้วก็มีเสียงดังขึ้น

ลุง ๆ ผมฝากไว้ใต้ที่นั่งลุงก่อนนะ

แล้วก็ควักขวานออกมา

แง้ววววว ขว๊านนนน ควักมาแต่ใดก๊ะ

แล้วก็ยื่นปาดหน้าเราแล้วเอาไปซุกไว้ข้างคนขับ

แล้วก็ตามมาด้วยพร้าเล่มยาว

 

จากนั้นพออาจารย์ขึ้นมาก็อุ่นใจขึ้นเยอะ ไม่มีใครซ่าส์อีกต่อไป

อาจารย์เขาก็สอบถามโน่นนี่คนขับบ้าง โทรไปประสานงานกับทางโรงเรียนบ้าง อะไรก็ว่าไป

เหตุการณ์ระทึกก็จบล ณ ตรงนั้น

ทุกคนกลายเป็นผู้โดยสารธรรมดาไปเรียบร้อยจนกระทั่งเราลงจากรถ

 

โล่งงงงงง

โล๊งโล่งค่ะ

ขอบพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองลูก

ให้ลูกได้กลับมาเจหน้าพ่อแม่ และเพื่อนรักอีกครั้ง

 

จบรายงานระทึกประจำวันที่สิบแปด

 

ปล. 1 พอผ่านพ้นมันมาแล้ว มันก็รู้สึกว่าชีวิตมีรสชาติดีนะ

 อร่อยเลยทีเดียว

 

ปล. 2 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในตอนนั้น

กลัวจนซีด (อากาศร้อนมากนะวันนั้น ใส่เสื้อคลุมอยู่ด้วย แต่สุดจะหนาวเลย)

กลัวจนตัวสั่น (อืม อาการนี้แม้จะบังคับยังไงมันก็สั่นแหะ)

 

สิ่งที่อยากบอก

1 นั่งรถเมย์ นั่งข้างหน้า ๆ ดีกว่า นั่ง หลัง ๆ นะคะ

2 หากเจอเหตุการณ์แบบนี้ รีบลงตอนที่ลงได้จะดีกว่า (เออ แล้วเรานั่งบื้อทำไรอยู่บนรถฟระ ทำไมไม่รีบลง)

Comment

Comment:

Tweet


jLrF3Q <a href="http://flvrmjiiasba.com/">flvrmjiiasba</a>, [url=http://cbhjkjnoeifq.com/]cbhjkjnoeifq[/url], [link=http://aqemnliegxin.com/]aqemnliegxin[/link], http://afrbgbifxatl.com/
#3 by rrlOaGkMvqtLuKhX (222.104.92.6) At 2010-07-05 20:26,
มารับทราบอีกครั้ง

ไอ้เด็กเวรทั้งหลายนี่ ไม่กลัวปืน (?) แต่กลัวอาจารย?

พีเอ๊ส: รถเมล์ ล.ลิงการันเน้อ
วาดการ์ตูนได้สวยขึ้นจริงๆ ด้วย big smile
#1 by \/ /\ N ∑ Z Z /\ At 2010-06-19 21:23,

pang neko
View full profile